ในยุคที่เราจ้องหน้าจอแทบจะ 24 ชั่วโมงแบบนี้ หลายคนมักจะ “ชิน” กับอาการล้าจนแยกไม่ออกว่านั่นคือสายตาสั้นหรือแค่พักผ่อนไม่พอ บางทีตามันเบลอๆแต่ก็ยังจำเป็นต้องทำงาน หรือ วางมือถือไม่ลงจนทำให้สายตาเริ่มสั้นแบบไม่รู้ตัวครับ
5 สัญญาณเตือนว่าสายตาคุณเริ่มสั้นลงแล้ว
1.มองตัวอักษรที่ไกลออกไปไม่ชัด
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือ “การมองไกลเบลอ แต่มองใกล้ชัด” เช่น การมองกระดานหน้าห้องไม่เห็น อ่านซับไตเติ้ลในโรงหนังไม่ได้ หรือมองป้ายทะเบียนรถคันหน้าไม่ชัดเจนเหมือนเมื่อก่อน หากคุณต้องเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อให้มองเห็น สิ่งนี้คืออาการเริ่มต้นของภาวะสายตาสั้น ($Myopia$)
2.ต้อง “หยีตา” เพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น
เมื่อภาพที่ตกลงบนจอประสาทตาไม่โฟกัส การหยีตาจะช่วยจำกัดแสงที่ตกลงบนรูม่านตาให้แคบลง ทำให้ภาพดูชัดขึ้นชั่วคราว หากคุณเผลอหยีตาโดยไม่รู้ตัวบ่อยๆ เวลาดูทีวีหรือมองทาง นั่นแปลว่ากล้ามเนื้อตาของคุณกำลังทำงานหนักเกินไปแล้วครับ
3.มีอาการปวดกระบอกตาหรือปวดหัวบ่อยๆ
การที่สายตาสั้นแล้วไม่ได้รับการแก้ไข (เช่น ไม่ใส่แว่น) จะทำให้กล้ามเนื้อตาต้องพยายามเพ่งปรับโฟกัสอยู่ตลอดเวลา นำไปสู่ภาวะ “ตาเพ่งค้าง” ส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณขมวดคิ้ว ปวดกระบอกตา หรือลามไปถึงอาการปวดหัวตึบๆ หลังจากใช้สายตามาทั้งวัน
4.ขยับเข้าไปใกล้หน้าจอหรือสิ่งของมากขึ้น
ลองสังเกตพฤติกรรมตัวเองหรือคนใกล้ตัวดูครับ ถ้าเริ่มรู้สึกว่าต้องนั่งใกล้ทีวีมากขึ้น หรือเวลาอ่านหนังสือต้องดึงเข้ามาใกล้ใบหน้ามากกว่าระยะปกติ (ปกติควรห่างประมาณ 30-40 ซม.) สัญญาณนี้ค่อนข้างฟันธงได้เลยว่าระยะโฟกัสของคุณเริ่มสั้นลง
5.มองเห็นไม่ชัดในที่แสงน้อย หรือตอนกลางคืน
คนสายตาสั้นมักจะมีปัญหา “ตาพร่ามัวในตอนกลางคืน” (Night Myopia) เนื่องจากในที่มืดรูม่านตาจะขยายกว้างขึ้น ทำให้ความคลาดเคลื่อนของแสงชัดเจนกว่าตอนกลางวัน ถ้าคุณรู้สึกว่าการขับรถตอนกลางคืนเริ่มลำบาก เห็นไฟฟุ้งกระจาย หรือมองทางไม่ถนัด ควรไปตรวจวัดสายตาทันทีครับ
สำหรับใครที่มีอาการ 2 ใน 5 ข้อนี้ แนะนำให้ไปตรวจสายตาว่ามีการสั้นยาวเกิดขึ้นไหมครับ เพราะโดยปกติแล้วคนเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าความสั้นยาวของสายตาแบบเป๊ะๆมีอยู่เท่าไหร่
ดีกว่าปล่อยให้สายตาแย่ลงจนไม่สามารถจัดการแบบปกติได้ครับ แถมถ้าถึงตอนนั้นอาจจะเสียเงินมากกว่าการตัดแว่นแบบธรรมดาก็ได้ครับ แต่ให้ถูกหวยไวก็อาจจะไม่พอจ่ายเลย
No responses yet