สายตาสั้นมีกี่ระดับ

สายตาสั้น (Myopia) เป็นปัญหาทางสายตาที่พบได้บ่อยทั้งในเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ หลายคนเริ่มจากการมองไกลไม่ชัด ต้องหรี่ตาเวลาอ่านป้ายหรือดูโทรทัศน์ แต่กลับมองใกล้ได้ปกติ หากปล่อยไว้นานโดยไม่ตรวจวัดสายตา อาจทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

หลายคนอาจสงสัยว่า สายตาสั้นมีกี่ระดับ และระดับไหนที่ควรเริ่มดูแลอย่างจริงจัง บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักระดับของสายตาสั้น สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกัน เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพดวงตาได้อย่างเหมาะสม

สายตาสั้นคืออะไร

สายตาสั้น คือ ภาวะที่แสงตกกระทบและรวมกันก่อนถึงจอประสาทตา ทำให้มองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลไม่ชัด แต่สามารถมองเห็นสิ่งของในระยะใกล้ได้ตามปกติ

สาเหตุหลักเกิดจาก

  • ลูกตายาวกว่าปกติ
  • กระจกตามีความโค้งมากเกินไป
  • กรรมพันธุ์
  • ใช้สายตาใกล้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • พักสายตาไม่เพียงพอ

ปัจจุบันพบว่าการใช้สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีส่วนทำให้เด็กและวัยรุ่นมีแนวโน้มสายตาสั้นเพิ่มขึ้น

สายตาสั้นมีกี่ระดับ

โดยทั่วไปสามารถแบ่งระดับของสายตาสั้นออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้

1. สายตาสั้นระดับน้อย (Low Myopia)

ค่าสายตาอยู่ระหว่าง

-0.50 ถึง -3.00 Diopter (D)

ผู้ที่อยู่ในระดับนี้มักมีอาการ

  • มองป้ายไกลไม่ชัด
  • ดูหนังในโรงภาพยนตร์ไม่คม
  • ขับรถกลางคืนลำบาก
  • ต้องหรี่ตาเวลามองไกล

ส่วนใหญ่สามารถใช้แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ช่วยแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. สายตาสั้นระดับปานกลาง (Moderate Myopia)

ค่าสายตาอยู่ระหว่าง

-3.25 ถึง -6.00 D

อาการจะเริ่มชัดเจนมากขึ้น เช่น

  • มองไกลไม่เห็นเลยหากไม่ใส่แว่น
  • ใช้ชีวิตประจำวันลำบาก
  • อ่านป้ายถนนไม่ได้
  • ขับรถไม่ปลอดภัยหากไม่ใส่แว่น

ผู้ที่มีสายตาระดับนี้ควรตรวจวัดสายตาเป็นประจำ เพราะค่าสายตาอาจเปลี่ยนแปลงได้

3. สายตาสั้นระดับสูง (High Myopia)

ค่าสายตา

มากกว่า -6.00 D

ถือเป็นระดับที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะนอกจากมองเห็นไม่ชัดแล้ว ยังมีโอกาสเกิดโรคทางตาได้มากขึ้น เช่น

  • จอประสาทตาเสื่อม
  • จอประสาทตาหลุดลอก
  • ต้อหิน
  • ต้อกระจกก่อนวัย

ผู้ที่มีสายตาสั้นระดับสูงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี

อาการของคนสายตาสั้น

หากมีอาการต่อไปนี้ อาจกำลังมีภาวะสายตาสั้น

  • มองไกลไม่ชัด
  • หรี่ตาเวลาอ่านข้อความ
  • ปวดตา
  • ปวดศีรษะ
  • เมื่อยล้าจากการใช้สายตา
  • ขับรถตอนกลางคืนไม่ชัด
  • ต้องนั่งแถวหน้าขณะเรียนหรือประชุม

หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์หรือร้านแว่นมาตรฐาน

สายตาสั้นเกิดจากอะไร

แม้ว่ากรรมพันธุ์จะมีส่วนสำคัญ แต่ปัจจุบันพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็ส่งผลอย่างมาก

ปัจจัยที่ทำให้สายตาสั้น ได้แก่

  • เล่นมือถือหลายชั่วโมงต่อวัน
  • อ่านหนังสือใกล้เกินไป
  • ใช้คอมพิวเตอร์ตลอดวัน
  • นอนดึก
  • อยู่ในที่ร่มมากเกินไป
  • เด็กออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งน้อย

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า เด็กที่ใช้เวลากลางแจ้งมากขึ้น มีโอกาสสายตาสั้นน้อยกว่าเด็กที่อยู่ในบ้านตลอดเวลา

วิธีรักษาสายตาสั้น

ปัจจุบันมีหลายวิธีในการแก้ไขสายตาสั้น

ใส่แว่นสายตา

เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

ข้อดี

  • ราคาไม่แพง
  • ดูแลง่าย
  • เปลี่ยนค่าสายตาได้สะดวก

คอนแทคเลนส์

เหมาะสำหรับผู้ที่เล่นกีฬา หรือไม่ต้องการใส่แว่น

แต่ต้องรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

เลสิก (LASIK)

เหมาะสำหรับผู้ที่

  • อายุเกิน 20 ปี
  • ค่าสายตาคงที่
  • สุขภาพตาแข็งแรง

สามารถลดการพึ่งพาแว่นและคอนแทคเลนส์ได้

วิธีป้องกันไม่ให้สายตาสั้นเพิ่ม

แม้สายตาสั้นจะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าสายตาได้

ใช้กฎ 20-20-20

ทุก 20 นาที

ให้มองไกล 20 ฟุต

นาน 20 วินาที

ช่วยลดอาการล้าของดวงตาได้มาก

อย่าใช้มือถือในที่มืด

การใช้โทรศัพท์ในที่แสงน้อยทำให้ดวงตาทำงานหนักมากขึ้น

เว้นระยะการอ่าน

ควรห่างจากหนังสือประมาณ 30–40 เซนติเมตร

หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรห่างประมาณ 50–70 เซนติเมตร

นอนให้เพียงพอ

การพักผ่อนช่วยให้กล้ามเนื้อตาผ่อนคลาย

ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

แสงธรรมชาติช่วยลดโอกาสการเกิดสายตาสั้นในเด็กและวัยรุ่นได้

สายตาสั้นสามารถหายเองได้หรือไม่

คำตอบคือ ไม่สามารถหายเองได้

เมื่อสายตาสั้นแล้ว จะไม่กลับมาเป็นปกติเอง ยกเว้นใช้วิธีแก้ไข เช่น

  • ใส่แว่น
  • คอนแทคเลนส์
  • ผ่าตัดเลสิก
  • ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ในบางกรณี

ดังนั้นการตรวจสายตาเป็นประจำจึงมีความสำคัญมาก

ควรตรวจสายตาบ่อยแค่ไหน

คำแนะนำทั่วไป

  • เด็ก ควรตรวจปีละ 1 ครั้ง
  • วัยเรียน ปีละ 1 ครั้ง
  • วัยทำงาน ทุก 1–2 ปี
  • ผู้ที่สายตาสั้นระดับสูง ควรตรวจทุกปี

หากมีอาการผิดปกติ เช่น เห็นแสงแฟลช จุดดำลอย หรือภาพบิดเบี้ยว ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที

ดูแลดวงตาควบคู่กับการพักผ่อนอย่างเหมาะสม

ปัจจุบันหลายคนใช้เวลาอยู่หน้าจอทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงาน เรียน หรือพักผ่อน การแบ่งเวลาพักสายตาจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การพักผ่อนด้านอื่น ๆ บางคนอาจเลือกผ่อนคลายด้วยการอ่านหนังสือ ดูซีรีส์ หรือทำกิจกรรมออนไลน์ต่าง ๆ รวมถึงการติดตามผลสลากหรือความบันเทิงผ่าน KU GLOBAL LOTTO เว็บหวยไวจ่ายจริง ที่ใช้งานสะดวก แต่ก็ควรแบ่งเวลาและพักสายตาเป็นระยะ เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตาและรักษาสุขภาพสายตาในระยะยาว

สรุป

คำถามที่ว่า สายตาสั้นมีกี่ระดับ คำตอบคือสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ สายตาสั้นระดับน้อย ระดับปานกลาง และระดับสูง ซึ่งแต่ละระดับมีผลต่อการมองเห็นและความเสี่ยงต่อโรคทางตาที่แตกต่างกัน หากเริ่มมีอาการมองไกลไม่ชัด ควรรีบตรวจวัดสายตาเพื่อรับการแก้ไขอย่างเหมาะสม การพักสายตา ลดการใช้หน้าจอ และตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ จะช่วยชะลอการเพิ่มของค่าสายตาและช่วยให้ดวงตาแข็งแรงไปได้อีกนาน

Tags:

No responses yet

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *